คำว่า “รถแลกเงิน” อาจครอบคลุมรูปแบบสัญญาต่างกัน ก่อนเปรียบเทียบราคาให้ถามว่าเป็นสินเชื่อประเภทใด ต้องโอนกรรมสิทธิ์หรือไม่ ใครเป็นเจ้าหนี้ตามสัญญา และมีภาระอะไรเกิดขึ้นกับรถบ้าง
ขอข้อมูลชุดเดียวกันทุกแห่ง
ขอวงเงินอนุมัติ ยอดเงินรับสุทธิ ค่างวด จำนวนงวด อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี และค่าใช้จ่ายอื่น การนำ flat rate ต่อเดือนไปเทียบกับ effective rate ต่อปีโดยตรงทำให้เห็นต้นทุนคลาดเคลื่อนได้
ถ้ามีหนี้เดิม ต้องหักยอดปิดก่อน
สมมติอนุมัติวงเงินใหม่ 300,000 บาท ต้องใช้ปิดบัญชีเดิม 220,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายหักจากวงเงิน 5,000 บาท เงินเหลือรับคือ 75,000 บาท ไม่ใช่ 300,000 บาท ตัวอย่างนี้เป็นสมมติ การรับรีไฟแนนซ์รถที่มีหนี้และยอดปิดจริงต้องยืนยันกับแต่ละผู้ให้บริการ
ปิดก่อนกำหนดคิดอย่างไร
ขอวิธีคำนวณยอดปิดเป็นลายลักษณ์อักษร และตรวจประเภทสัญญาก่อนนำหลักเกณฑ์ส่วนลดหรือค่าธรรมเนียมมาใช้ อย่าเหมารวมว่าเงื่อนไขเช่าซื้อกับสินเชื่อจำนำทะเบียนเหมือนกัน
คิดเผื่อเดือนที่ทำงานไม่ได้
หากรถเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ลองคำนวณกรณีรายได้หายหนึ่งเดือนและมีค่าซ่อมเพิ่มพร้อมกัน หากไม่มีเงินสำรองและค่างวดใหม่ทำให้ขาดเงินทุกเดือน การลดวงเงินหรือหาทางเลือกอื่นอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อทรัพย์สินที่ใช้สร้างรายได้
แยกเงินอนุมัติออกจากเงินที่ได้ใช้
| รายการสมมติ | จำนวน | สิ่งที่ต้องขอหลักฐาน |
|---|---|---|
| วงเงินใหม่ | 200,000 | ยอดอนุมัติในสัญญา |
| ปิดหนี้รถเดิม | 120,000 | ยอดปิด ณ วันที่ชำระจริง |
| ค่าใช้จ่ายที่หัก | 5,000 | รายการและเงื่อนไขแต่ละค่าใช้จ่าย |
| เงินเหลือใช้ | 75,000 | ยอดโอนเข้าบัญชีจริง |
เงินรับสุทธิในตัวอย่างคือ 200,000 − 120,000 − 5,000 = 75,000 บาท แต่ภาระตามสัญญาใหม่อาจตั้งอยู่บนยอด 200,000 บาท จึงต้องดูค่างวด จำนวนงวด และยอดชำระรวม ไม่ใช้เพียงเงินเหลือที่โอนเข้าบัญชีเป็นฐานเทียบอัตรา
ค่าใช้จ่าย 5,000 บาทเป็นยอดสมมติ ไม่ได้หมายความว่าทุกสัญญาจะมีหรือเรียกเก็บได้เหมือนกัน ขอเอกสารแยกสิ่งที่ต้องจ่ายกับบริการทางเลือกก่อนลงนาม หากรถใช้ส่งของหรือเดินทางทำงาน ลองหักรายได้ช่วงรถใช้งานไม่ได้ออกจากงบด้วย เพื่อเห็นว่าค่างวดยังจ่ายต่อได้หรือไม่